เล่าชีวิตการเรียนควบป.ตรีที่มสธ. ที่ใครๆก็เรียนได้!

“ถ้าเราสนใจอะไรสักอย่าง เวลา และ ระยะทาง มันไม่มีผลเลยค่ะ” สวัสดีค่ะน้องๆทุกคน วันนี้พี่ไอซ์จะมาเล่าประสบการณ์การเรียนควบ ปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชให้ฟังกันค่ะ บางคนอาจจะงง เอ๊ะ!? มันเรียนป.ตรี 2 ใบพร้อมกันได้ด้วยหรอ? วันนี้น้องๆจะได้เข้าใจทุกอย่าง เผลอๆน้องอาจไปสมัครวันพรุ่งนี้เลยก็ได้ค่ะ 555 มารู้จักระบบของมหาวิทยาลัยก่อน คือบ้านเรา จะมีมหาวิทยาลัย 2 ระบบค่ะ แบบเปิด กับปิด อย่างที่เรามานั่งสอบแอดมิชชั่นกันเนี่ย เรียกว่าระบบปิดค่ะ แต่ระบบเปิดคือ จะรับนักศึกษาได้ไม่จำกัด โดยคนเรียนจะต้องเรียนด้วยตนเองจากเอกสารที่ทางม.จัดทำ แล้วก็มีการวัดผลปกติค่ะ ซึ่ง มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช เป็นที่เดียวในประเทศไทยที่เป็นระบบเปิดค่ะ บางคนสงสัย อ้าว แล้วรามคำแหงละ? อันนี้จัดเป็นตลาดวิชาค่ะ คือระบบจะคล้ายกับ มสธ. แต่ว่า ถ้าคนไหนอยากเรียนที่ ม.รามคำแหงเลย ทางนั้นก็จัดชั้นเรียนไว้ได้ค่ะ แต่ มสธ.เรียนทางไกลค่ะ ไม่มีเข้าคลาส คือจะมีแค่เรียนเสริมบ้าง ตามที่เราต้องการ หรือเป็นจำพวกวิชาปฏิบัติค่ะ ทำไมถึงเลือกเรียน มสธ. ? ตอนนี้พี่เรียนคณะอักษรฯ จุฬาฯปี 2 ค่ะ แล้วก็เรียนคณะนิเทศศาสตร์ มสธ. สาขาสื่อสิ่งพิมพ์ พร้อมกันไปด้วยค่ะ เหตุผลที่เลือกเลย คือ เรามีความสนใจทางนิเทศเช่นกัน แล้วเราอยากเอาภาษามาประยุกต์ใช้ เพราะชอบงานเขียน บวกกับความสะดวกในการลงทะเบียนเรียน รับเอกสาร ค่าเรียนต่างๆ ที่เราสามารถรับผิดชอบได้ด้วยตนเอง จึงต้องลองดูสักตั้งค่ะ ลักษณะการเรียนเป็นอย่างไร? ด้วยความที่เป็นระบบเปิด เราเลยไม่มีคลาส ตอนเรียนก็คือก็ไปสมัครเรียน แล้วเราจะได้รับหนังสือ พร้อมสื่อการสอนเป็นซีดีค่ะ เสียงยานๆนิดนึง 55 บางวิชาจะมีการจัดการเรียนการสอนเสริม ตามจังหวัดต่างๆ คือน้องๆสามารถเลือกไปเรียนที่ใกล้บ้านได้เลย ฟรีค่ะ แต่ถ้าไม่ไปก็ไม่เป็นไรค่ะ อ่านเองได้เลย แล้วก็มีช่องทางอื่นๆเช่น ช่องทีวีมสธ.เองก็มีค่ะ พี่เคยนั่งเรียนอยู่ 555 (ระหว่างเทอม จะมีข่าว ตารางสอนเสริม ตารางโทรทัศนมาแจกค่ะ จะได้เรียนเพิ่มเติมได้จากช่องทางอื่นๆด้วยค่ะ) ตอนสอบ เราก็จะเลือกสนามสอบที่ใกล้ๆบ้านเราเลย ข้อสอบก็มีทั้งปรนัย และอัตนัยค่ะ ผลสอบมี 3 แบบค่ะคือ H S และ U ค่ะ H=Honor S=Satisfied U = Unsatisfied ว่าง่ายๆคือระบบ ผ่าน/ไม่ผ่าน ค่ะ แต่ H คือเกียรตินิยม คือทำคะแนนเกิน 80% ค่ะ โดยที่บางวิชาจะสอบ 100% และบางวิชาจะมีกิจกรรมเสริมเพื่อเป็นคะแนนช่วยค่ะ ซึ่งจะเลือกทำหรือไม่ทำก็ได้ค่ะ ค่าใช้จ่ายสูงไหม ? ค่าใช้จ่ายถือว่าถูกเลยนะคะ แต่ละเทอมพี่จะลงเรียน 3 ชุดวิชาเต็มหน่วย ตกเทอมละประมาณ 4,000 บาทค่ะ วิชาละประมาณพันนิดๆเองค่ะ ไปสมัครเองที่ มสธ. แถวๆเมืองทองธานี ได้รับหนังสือกลับมาบ้านเลย หรือสมัครทางไปรษณีย์แล้วรอหนังสือมาส่งที่บ้านก็ได้ แต่รอนานมากนะบอกเลย (หนังสือที่เรียนแต่ละเทอมค่ะ มันหนักมากก มาสามถุงเน้นๆเลยค่ะ) ที่มสธ. มีสาขาอะไรบ้าง? ที่นี่มีหลายคณะให้เลือกเลยค่ะ มีทั้งหมด 12 สาขานั่นเอง ได้แก่ – สาขาวิชาศิลปศาสตร์ – สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ – สาขาวิชาวิทยาการจัดการ – สาขาวิชานิติศาสตร์ – สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ – สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ – สาขาวิชามนุษยนิเวศศาสตร์ – สาขาวิชารัฐศาสตร์ – สาขาวิชาเกษตรศาสตร์และสหกรณ์ – สาขาวิชานิเทศศาสตร์ – สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี – สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ โดยพี่เลือกคณะนิเทศศาสตร์ ก็จะมีสาขาย่อยไปอีก ไม่ว่าจะเป็นโฆษณา สื่อสิ่งพิมพ์ ภาพยนตร์ วิทยุ โทรทัศน์ โฆษณา และการประชาสัมพันธ์ ค่ะ แต่ที่เห็นเป็นคณะยอดฮิต คงจะเป็น สาขานิติศาสตร์ และวิทยการจัดการค่ะ (อันนี้เป็นหนังสือเทอม 2/58 สาขานิเทศฯของพี่ค่ะ) แบ่งเวลาเรียนจุฬาฯ กับ มสธ. อย่างไร? เวลาเปิด-ปิดเทอม ของจุฬาฯ กับ มสธ. ต่างกันค่ะ การสอบก็ต่างกันแล้ว จุฬาฯ ยังมีสอบกลางภาค ปลายภาค แต่ว่า มสธ.เป็นสอบไล่ ปลายภาครอบเดียวจบ ปัญหาก็คือ เวลาจะชนกันช่วง ปลายภาคของเทอม 1 มสธ. ก็ชนกับเปิดเทอมจุฬาฯ ค่ะ นอกนั้นไม่ชนกันค่ะ เท่ากับว่า สอบจุฬาเสร็จ อ่านมสธ.ต่อเลยค่ะ แต่เนื้อหาการเรียนมันเยอะมากๆ ทั้งสองที่เลยค่ะ ของมสธ.เป็นระบบชุดวิชา ก็คือ ชุดวิชาหนึ่งจะมี 15 บทค่ะ คือมันเยอะมากๆ เลย ต้องใช้เวลาอ่านหลายเดือนค่ะ แต่เราเรียนสองที่ ทำให้อ่านได้ไม่หมด เลยต้องแก้ปัญหาโดยการอ่านวัตถุประสงค์ของบทนั้นๆ แล้วเราก็เข้าใจตามพ้อยท์ที่เขากำหนดไว้ให้ ไม่ได้ท่องจำทุกตัวอักษรค่ะ วิธีนี้ดีค่ะ มันทำให้พี่สอบผ่านมาทุกตัวเลย 555 ได้อะไรจากการ เรียนมสธ. มาบ้าง? นอกเหนือจากความรู้ และใบปริญญา(ในอนาคต) แล้ว นั่นก็คือ ความรับผิดชอบเลยค่ะ ถึงแม้ว่าพี่จะเรียนมาแค่ 2 ปีก็ตาม เราต้องจัดการทุกอย่างเอง บริหารระหว่างการเรียน 2 ที่ให้ดี ค่าเรียนเราก็รับผิดชอบเอง เรียนเอง อ่านเอง ไปสอบเองทุกอย่าง บางคนก็เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย ^^ อีกอย่างเลยก็คือ ได้รู้จักเพื่อนๆ พี่ๆ ที่เรียน มสธ. อีกเยอะเลยค่ะ อย่างเวลาไอซ์มีปัญหาเรื่องการเรียน สงสัยอะไร ก็จะไปถามพี่ๆ ตามกรุ๊ปในเฟซบุค ก็จะมีพี่ๆมาคอยตอบเสมอค่ะ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันบ่อยๆค่ะ เป็นไงกันบ้างคะน้องๆ เห็นชีวิตการเรียนแล้ว รู้สึกสนใจ หรือว่าเหนื่อยแทนคะ? 555 ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งค่ะสำหรับน้องคนไหนที่สนใจหาความรู้เพิ่มเติม หรือเรียนรู้ประสบการณ์พี่แล้วนำไปประยุกต์ใช้กับการเรียนของน้องก็ได้ค่ะ เราอยู่เพื่อเรียนรู้ และเรียนรู้เพื่ออยู่ค่ะ ดังนั้น Enjoy studying กันเถอะน้องๆ สวัสดีค่ะ 😀 “เพราะการเรียนมันไม่ใช่ แค่ช่วงหนึ่งของชีวิต แต่มันส่งผลต่อทั้งชีวิต” ขอบคุณบทความดีๆ จาก dek-d.com http://www.dek-d.com/board/view/3634871/